การดำเนินการวิจัย

ผู้ที่ไม่เคยชินกับการวิจัยมักจะมองการวิจัยเป็นสิ่งที่ยาก ต้องใช้เวลาในการศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การออกแบบวิจัย การสร้างเครื่องมือสำหรับการวิจัย การใช้สถิติในการวิเคราะห์ การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ดังนั้นเพื่อให้การวิจัยในชั้นเรียนเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นจึงขอเสนอแนะแนวทางที่เริ่มจาก
การฝึกวิจัยไปจนถึงการวิจัยที่มีลำดับขั้นตอนยุ่งยากขึ้น โดยพิจารณาวัตถุประสงค์และผลวิจัยที่จะนำไปใช้
การเริ่มต้นการวิจัย
สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์การวิจัยในชั้นเรียนมาก่อนจะเริ่มการวิจัยได้โดยการย้อนนึกถึงประสบการณ์ หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ในชั้นเรียนหรือในสถานศึกษา และกำหนดขอบเขตของการวิจัยหรือปรับปรุงก่อนตามความสนใจที่อยากจะค้นคว้าหาคำตอบในเรื่องนั้น
๑. กำหนดหัวข้อของการวิจัย
หัวข้อการวิจัยในชั้นเรียนเป็นเรื่องของการปรับปรุง พัฒนางานในวงการวิชาชีพครู เช่นการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นที่ครูอยากได้คำตอบว่า การจัดหลักสูตรอย่างไรจึงสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นควรมีรูปแบบการเรียนการสอนใดที่จูงใจให้ผู้เรียนเกิดความอยากรู้อยากเรียน จะมีวิธีการพัฒนาพฤติกรรมผู้เรียนให้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนได้อย่างไร มีวิธีการเพิ่มสัมฤทธิผลการเรียนของ ผู้เรียนได้อย่างไร และการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ แบบใดเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตหัวข้อที่สนใจแบ่งเป็นด้านต่างๆ ดังนี้
๑.๑ ด้านผู้เรียน ขอบเขตที่ค้นคว้าวิจัย เกี่ยวกับผู้เรียนแยกเป็นด้านย่อยๆ อีกได้คือ
    ๑) เรื่องการเรียน  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนอาจเป็นประเด็นที่ผู้วิจัยอยากได้คำตอบว่าทำไมนักเรียน  คนนี้หรือกลุ่มนี้จึงมี สัมฤทธิ์ผลทางการเรียนสูง มีปัจจัยอะไรบ้างที่เสริมความสามารถในการเรียนของผู้เรียนในทางตรงกันข้ามอาจารย์อาจเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมผู้เรียนคนนี้หรือกลุ่ม นี้จึงมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ต่ำวิชาเดียวที่อาจารย์สอนหรือต่ำทุกวิชา มีปัจจัยใดที่ทำให้ผู้เรียน มีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนต่ำทำไมผู้เรียนจึงไม่ตั้งใจเรียน ไม่ยอมทำแบบฝึกหัด ไม่ยอมส่งงาน มีปัญหาอะไร ผู้เรียนต้องการอะไร ทำไมจึงไม่ยอมพูดในชั้นเรียน หรือไม่ยอมทำงานกลุ่มกับเพื่อน
  ๒) เรื่องพฤติกรรมผู้เรียน อาจารย์อาจสนใจแก้ปัญหาพฤติกรรมผู้เรียนที่ชอบแกล้งเพื่อน เกเรชอบทะเลาะวิวาท ชกต่อยกับเพื่อน พฤติกรรมที่เป็น ปฏิปักษ์กับอาจารย์ การเข้าชั้นเรียนสายการปฏิเสธการเรียน การหนีเรียน การติดเกมส์ การไม่เข้าห้องเรียนการแอบหนีไปสูบบุหรี่ ในห้องน้ำการประพฤติผิดระเบียบของโรงเรียน การพูดจาก้าวร้าว การไม่ช่วยเหลืองานของโรงเรียน
๑.๒ ด้านวิธีการสอน ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสอน อาจารย์อาจจะสนใจว่าการสอนแบบใดที่ผู้เรียนพึงพอใจการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญทำให้ผู้เรียนพัฒนาด้านใดบ้าง ครูส่วนใหญ่ใช้วิธีการสอนแบบใด การสอนแบบใดที่ผู้เรียนอยากเรียนและเรียนได้ผลดีที่สุด การสอนที่ให้แบบฝึกเป็นรายบุคคลกับแบบฝึกเป็นกลุ่ม จะทำให้ผู้เรียน เรียนรู้แตกต่างกัน หรือไม่การใช้สื่อแบบใดจะทำให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น ทำอย่างไรผู้เรียนจะมีความสุขในการเรียน การเปรียบเทียบการสอน แบบการให้อิสระในการเลือกหัวข้อการเรียนตามลำดับก่อนหลังตามความสนใจของผู้เรียนกับการสอนปกติ หรือผลการสอนแบบต่างๆ ที่ครูทดลองใช้
๑.๓ ด้านผู้สอน อาจารย์อาจสนใจว่าผู้เรียนต้องการการสอนที่มีคุณลักษณะอย่างไร ผู้เรียนต้องการให้ผู้สอนปฏิบัติต่อผู้เรียนอย่างไร พฤติกรรมแบบใดของอาจารย์ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้อย่างดีที่สุด อาจารย์ผู้สอนดีเด่นต้องมีพฤติกรรมอย่างไร ผู้เรียนชอบให้ผู้สอน ปฏิบัติต่อผู้เรียนอย่างไรผู้เรียนต้องการให้ผู้สอนดูแลอย่างไรนอกชั้นเรียน
๑.๔ ด้านแหล่งเรียนรู้ วัสดุอุปกรณ์ และการจัดการต่างๆ สำหรับด้านนี้ อาจารย์ควรมีคำถามปัญหา หรือข้อที่อาจารย์อยากทราบว่าแหล่งเรียนรู้ประเภทใด กระตุ้นความสนใจของผู้เรียน การใช้วัสดุอุปกรณ์ประกอบการสอนแบบใด จึงทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างดี การจัดกิจกรรมหรือโครงการ มีผลต่อสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนของผู้เรียนหรือไม่ การจัดตารางเรียนช่วงเช้าและบ่ายมีผลต่อพฤติกรรมการเรียนวิชาคณิตศาสตร์หรือไม่ การศึกษายัง แหล่งเรียนรู้มีปัญหาอุปสรรค และได้ผลดีต่อการเรียนอย่างไร เมื่ออาจารย์สำรวจความสนใจของตนเองได้แล้วว่าอยู่ในขอบเขตใด ก็ลองพิจารณา ลึกลงไปแต่ละด้านว่ามีข้อมูลมีความรู้ และมีความสนใจจริงหรือไม่ เลือกเรื่องที่สนใจ อยากได้คำตอบหรือแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง อาจารย์ต้องแน่ใจ ๒ ประการ คือ
๑. หาเหตุผลที่จะทำ คือ เป็นปัญหาที่สำคัญ จำเป็นต้องได้คำตอบ มีเวลาที่จะทำ ผลจะเป็นประโยชน์ต่อลูกศิษย์ และวงการวิชาชีพครู
๒. ความชัดเจนของหัวข้อ อาจารย์ต้องพิจารณาว่าหัวข้อกว้างไป หรือแคบไป พอที่จะศึกษาได้ในกำหนดเวลาของท่าน
. การฝึกสังเกตและบันทึก
ผู้เริ่มวิจัย ต้องฝึกฝนการสังเกต และการจดบันทึกโดยเริ่มจากเหตุการณ์ประจำวันในชั้นเรียนผู้วิจัยฝึกการจดง่ายๆทุกวันหลักจากเลิกการสอน
ตัวอย่าง วันนี้สังเกตเห็นนายพันพร นั่งหลับในชั้นเรียน ครูได้เดินไปปลุก เพื่อนๆ ในชั้นเรียนหัวเราะชอบใจครูไม่ได้ดุนักเรียนที่หัวเราะ และไม่ได้ดุ พันพรที่หลับอยู่การสะท้อนความคิดของครูในวันนี้ ครูน่าจะให้พันพรมาพบตอนเลิกเรียนแล้ว เพื่อคุยกันถึงสาเหตุการหลับในชั้นเรียน อีกประการหนึ่ง ครูน่าจะหาหนังสือมาอ่านที่เกี่ยวกับเรื่องเด็กหลับในห้องเรียน หรือคุยกับอาจารย์ท่านใดดี ต้องไปถามเพื่อนอาจารย์ทำไม เมื่อครูเดินไปปลุกพันพร เพื่อนๆ ในชั้นเรียนหัวเราะ ครูน่าจะดุนักเรียนที่หัวเราะหรือเปล่าว่าเป็นมารยาทที่ไม่ดี แต่ครูไม่ได้สอนผู้เรียน เมื่อสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นครูควรฝึกการสังเกต และจดบันทึกสิ่งที่สังเกตได้ทุกวัน เพื่อให้เคยชินกับการมองสถานการณ์หรือผู้เรียน อย่างวิเคราะห์ทุกครั้งที่จดเหตุการณ์ ต้องพยายามคิดสะท้อน เพื่อหาเหตุผล หรือวิธีการตลอดจนทฤษฏีทางการศึกษา
. วางแผนการทำวิจัย
หลักจากการฝึกสังเกต จดบันทึกข้อมูลได้ระยะหนึ่งผู้วิจัยจะค่อยๆ เคยชินกับการวิเคราะห์ และการเขียนจนแน่ใจว่าอาจารย์สนใจจริงในเรื่องที่อาจารย์มักจะสังเกตและจดบันทึกเรื่องได้มากว่าเรื่องอื่นอาจารย์คงคิดว่าสิ่งที่อาจารย์จะทำนั้นเป็นแนวคิดใหม่ที่ตอบคำถามของอาจารย์หรือเปล่า และจะพัฒนาไปอย่างไรการศึกษาของอาจารย์จะเป็นที่จุดใด มีขอบเขตเพียงใด และใช้เวลาในการศึกษาเท่าใด
ตัวอย่างแผนการวิจัย การวิจัยในชั้นเรียนอย่างง่ายๆ เริ่มต้นดังนี้
๑. เดือนแรก ซึ่งอาจจะเริ่มเดือนพฤษภาคม ในภาคเรียนที่ ๑ หรือเดือนพฤศจิกายน ในภาคเรียนที่ ๒ เริ่มสำรวจข้อมูลทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน ทะเบียน ระเบียนสะสม ลักษณะของผู้เรียน
คะแนนเฉลี่ยที่ผ่านมา ตารางเรียน ห้องเรียน ป้ายประกาศ สิ่งแวดล้อมรอบห้องเรียน ลักษณะการเรียน
การสอนของอาจารย์ พฤติกรรมของผู้เรียน อาจารย์ใช้การสำรวจนี้เป็นการกำหนดความสนใจของ
อาจารย์ และยืนยันความคิดของอาจารย์
  ๒. เดือนที่ ๒ หลังจากสำรวจสภาพหรือปัญหาในชั้นเรียนของอาจารย์แล้ว ให้จับประเด็นที่
อาจารย์คิดว่าสำคัญที่สุดเขียนอธิบายในเรื่องนั้นว่าเป็นปัญหาอย่างไร น่าสนใจเพียงใด มีประโยชน์ใน
การวิจัยเพียงใด มีข้อมูลเพียงพอหรือไม่จะใช้เวลาศึกษาในเรื่องนั้นมากน้อยเพียงใด
๓. เดือนที่ ๓ ตั้งคำถามที่ต้องการอยากรู้มากที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่า อยากศึกษาจริงๆ จะมีข้อมูล
อยู่ที่ใดบ้าง นักเรียนเป็นผู้ให้ข้อมูลและมีส่วนร่วมในการศึกษาครั้งนี้อย่างไร จะทำอะไรกับข้อมูลที่ได้
๔. เดือนที่ ๔ พิจารณาว่าเมื่อศึกษาเบื้องต้นเรียนรู้อะไรบ้าง ทบทวนประเด็นที่สังเกตไว้ใน ๓
เดือนที่ผ่านมา จะศึกษาทฤษฏีทางการศึกษาเพิ่มเติมเพียงใด จะปรึกษาใคร แน่ใจว่าทำเรื่องนั้นจริง
๕. เดือนที่ ๕ กำหนดแผนการทำวิจัยให้ชัดเจน เช่น จะต้องทำแบบเรียนใหม่หรือไม่ ใช้เวลาทำ
นานเท่าใด จะเริ่มทดลองเมื่อใด เวลาที่ทำนั้นเหมาะสมหรือไม่ เช่นการเก็บข้อมูลใกล้สอบปลายภาค
อาจไม่สะดวกหรือการทดลองสอนโดยวิธีการใด หากใช้เพียงครั้งเดียวอาจจะสรุปไม่ได้ ควรจะใช้การ
สังเกตด้วยตนเองหรือให้ใครสังเกต แผนควรกำหนดให้ชัดเจน ดังแผนภาพ

ลำดับการวิจัยในชั้นเรียน
๖. เดือนที่ ๖ เลือกช่วงเวลาที่วิจัยอย่างเหมาะสมเช่น ควรเลือกการสังเกต หลังจากเปิดภาค
การศึกษาได้ประมาณ ๑ เดือน ที่ผู้เรียนต้องไม่มีการสอบหรือไม่มีกิจกรรมเสริมหลักสูตร กีฬาสี ที่ทำ
ให้การสังเกตหรือการทดลองบทเรียนในชั้นเรียนไม่สามารถทำได้
๗. เดือนที่ ๗ เขียนข้อค้นพบที่ได้ และเขียนสะท้อนความคิด ที่ได้จากข้อค้นพบการเขียนให้
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ว่าจะนำข้อเขียนไปทำอะไร กรณีที่นำข้อเขียนนำเสนอในวงวิชาชีพครูอาจนำเสนอ
ในรูปของบทความที่มีหัวข้อ มีวัตถุประสงค์วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อค้นพบ ความคิดสะท้อนจากข้อ
ค้นพบ และข้อเสนอแนะกรณีที่จะนำส่งเป็นผลงานเพื่อขอเลื่อนระดับ วิธีการเขียนจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานซึ่งส่วนใหญ่ ใช้รูปแบบของการวิจัยทั่วไป

หมายเหตุ ตัวอย่างระยะเวลาอาจจะเลื่อนได้เหลือเพียง ๓ เดือน ตั้งแต่สำรวจปัญหา จนถึงการ
นำเสนอทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหัวข้อและการออกแบบการวิจัยของผู้นั้น

. การดำเนินการวิจัย

การดำเนินการวิจัย ผู้วิจัย จะต้องพิจารณาว่าจะเก็บข้อมูลประเภทใด จึงตอบคำถามการวิจัยที่กำหนดไว้ได้แหล่งข้อมูลมาจากไหน จะได้กรอบคำถาม อย่างไรจึงช่วยให้คิดวิเคราะห์ได้ถูกต้องการเก็บข้อมูลได้แล้ว ท่านเรียนรู้อะไรใหม่จากข้อมูลที่ได้ ผลจากการเรียนรู้ให้ประโยชน์ต่อผู้เรียน ของท่านหรือสำหรับวงการวิชาชีพครูอย่างไรท่านมีหลักทางการศึกษาในการวิเคราะห์ข้อมูลท่านวิจัยได้หรือไม่ สิ่งท่านพบเป็นการปิดช่องว่าง ระหว่างทฤษฏี และการปฏิบัติหรือเปล่า

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: