การศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาในการเรียนการสอน

แนวคิด  หลักการหรือทฤษฎี

          ปัญหา  คือ  ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่คาดหวังกับสิ่งที่เป็นจริง  ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปแล้วเราจะพิจารณาว่ามีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่เป็นจริงหรือสิ่งที่เกิดขึ้น จริงต่ำกว่า สิ่งที่คาดหวัง

               1.   สิ่งที่คาดหวัง  ได้แก่  สิ่งที่เราตั้งเป็นความหวังหรือสิ่งที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ หรือหลักการทางทฤษฎีที่ยอมรับกันว่าเป็นสิ่งที่ดี

               2.   สิ่งที่เป็นจริงหรือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง  ได้แก่  สภาพที่ปรากฏทางการปฏิบัติงาน  และผลของงานที่เกิดขึ้นเราสามารถแบ่งปัญหาออกได้เป็น  3  ประเภท  กล่าวคือ

                           1.   ปัญหาเขิงป้องกัน  :  สิ่งที่เป็นจริงในปัจจุบันต่ำกว่าสิ่งที่  คาดหวัง

                           2.   ปัญหาเชิงแก้ไขปรับปรุง  :  ในอนาคตคาดว่าจะเกิดปัญหาขึ้นได้

                           3.   ปัญหาเชิงพัฒนา  :  มีความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

            ปัญหาการวิจัย (Research Problem)  หมายถึง สิ่งที่ก่อให้เกิดความสงสัย  ใคร่รู้คำตอบดังนั้น  การกำหนดปัญหาการวิจัย จึงหมายถึง การระบุประเด็นที่นักวิจัยสงสัย และประสงค์ที่จะหาคำตอบ ซึ่งก็คือ ปัญหาการวิจัย นั่นเอง ฉะนั้น  นักวิจัยจึงจำเป็นต้องระบุปัญหาการวิจัยให้เป็นกิจลักษณะ และชัดแจ้งทุกครั้งที่ดำเนินการวิจัย เรื่องที่จะเป็นปัญหาวิจัยนั้นจะแตกต่างจากปัญหาอื่นๆ  เนื่องจากการวิจัยเป็นการแสวงหาความรู้หรือคำตอบให้กับปัญหาวิจัย   ดังนั้นปัญหาวิจัยก็คือ สิ่งที่นักวิจัยไม่รู้และสนใจใคร่รู้คำตอบเมื่อวิจัยแล้วจะได้ผลลัพธ์คือคำตอบของปัญหาหรือความรู้ปัญหาบางปัญหา เช่นนักเรียนแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ไม่ได้ปัญหานักเรียนไม่ตั้งใจเรียน  ปัญหาครูมีหนี้สินล้นพ้นตัว เช่นนี้ไม่ใช่ปัญหาวิจัยเพราะผลลัพธ์จากการปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ข้อความรู้แต่จะเป็นสภาวะที่หมดปัญหา  เช่น นักเรียนแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ได้  นักเรียนตั้งใจเรียนมากขึ้น หรือครูปลอดจากหนี้สิน เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาการวิจัยได  กล่าวคือการที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นอาจจำเป็นต้องมีความรู้อะไรบางอย่างที่เรายังไม่รู้ และความรู้นี้จะได้มาก็ต้องทำวิจัย  คำตอบหรือข้อความรู้จากการวิจัยจะใช้เป็นสารสนเทศประกอบการตัดสินใจแก้ปัญหาเหล่านั้น  

  ในการกำหนดปัญหาการวิจัย จะต้องแยกแยะให้ได้ว่า
                – อะไร คือ ตัวปัญหา
                – อะไร คือ อาการที่แสดงออกมา
                  เช่น   เต่าตายในสระน้ำ  คือ อาการของปัญหา
                 สาเหตุที่ทำให้เต่าตาย ได้แก่  น้ำเน่า   ขาดก๊าซอ๊อกซิเจน  อาหารเป็นพิษ  ฯลฯ คือ ตัวปัญหาการวิจัย

                 ดังตัวอย่าง เช่น บริษัทแห่งหนึ่ง ผลิตสินค้ามีคุณภาพ เครื่องหมายการค้าได้รับการ ยอมรับจากผู้ บริโภคว่า “เป็นยี่ห้อที่ใช้ทนใช้นาน” ดำเนินกิจการด้วยดีมาโดยตลอด แต่ในระยะหนึ่งปีที่ผ่านมา (เหตุการณ์สมมติ) ต้องประสบกับสภาวะยอดขายสินค้าลดลงเรื่อยๆ ทั้งๆที่บริษัทดำเนินนโยบาย เหมือนเดิมมาโดยตลอด ในกรณีเช่นนี้ ผู้วิจัยอาจเข้าใจว่า ปัญหาในเรื่องดังกล่าว คือ ยอดขายสินค้าตกต่ำลง แต่ถ้าพิจารณาให้ถี่ถ้วน จะพบว่า สิ่งที่คิดว่าเป็นปัญหานั้น คือ อาการที่แสดงออกมาเท่านั้น ตัวปัญหาหรือสาเหตุที่แท้จริงเรายังไม่สามารถให้คำตอบได้ การที่ยอดขายลดลงนั้น อาจจะ มาจาก การโฆษณาไม่ได้ผล หรือ สินค้าไม่ตอบสนองนโยบาย ประหยัดพลังงาน (เช่น ทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ไม่ประหยัดน้ำมัน ฯลฯ) หรือ สินค้ามีคุณภาพลด ลง หรือ มีสินค้ายี่ห้ออื่นเข้ามาตีตลาด ฯลฯ ดังนั้น ผู้วิจัยจำเป็นต้องแยกแยะเสียก่อน ว่า อะไร คือ ปัญหา อะไร คือ อาการ เพราะหากผู้วิจัยสามารถคาด การณ์ว่า ปัญหา ควรอยู่ในแวดวงอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว หลังจากนั้นก็จะง่ายต่อการเริ่มต้น

 ตัวอย่างอาการปัญหา ด้านการเรียนการสอน เช่น นักเรียนอ่านจับประเด็นไม่ได้  ซึ่งตัวปัญหาหรือสาเหตุปัญหาอาจมาจากหลายสาเหตุ ได้แก่  ครูสอนไม่ดี นักเรียนไม่มีเวลาทำการบ้าน  ผู้ปกครองขาดการดูแล  ความรู้พื้นฐานด้านทักษะการอ่านไม่เพียงพอ  ฯลฯ  ผู้วิจัยต้องวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างอาการปัญหาและตัวปัญหาที่เกี่ยวข้องกัน  นักวิจัยที่เพิ่งเริ่มต้น ทั่วๆไป มักคิดว่าไม่รู้จะวิจัยเรื่องอะไร หรือไม่มีเรื่องจะวิจัย หรือคิดว่าเรื่องนี้ ปัญหานี้มีคนทำมาแล้วทั้งนั้น ขอบอกไว้ ณ ที่นี้ว่า ท่านคิดผิด เพราะแท้จริงแล้ว มีปัญหาอยู่มากมายรอบตัวเรา เพราะ
                1.   ตัวแปรที่เกี่ยวกับเวลา สถานที่ ชุมชน บุคคล องค์การ วิธีการบริหาร อาชีพ สถานการณ์ ฯลฯ มีความผันแปรตลอดเวลา ยากต่อการสรุปมากกว่าเรื่องของฟิสิกส์ เคมี หรือคณิตศาสตร์
                2. ปัญหาทางสังคมศาสตร์นั้น ไม่ได้คงที่แน่นอนตลอดเวลา
                3. ปัญหา หรือ ข้อสรุปต่างๆทางสังคมศาสตร์ที่เคยศึกษามาแล้ว ต้องการ การตรวจสอบ เพื่อให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ
                4. การศึกษาที่ผ่านมาต้องมีการปรับปรุงแก้ไขเสมอ เพราะในช่วงเวลาที่แปรเปลี่ยนไป สถานการณ์เปลี่ยนไป ปัญหานั้นควรจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ เนื่องจากตัวแปรใหม่มัก เกิดขึ้นอยู่เสมอ
                ด้วยเหตุนี้ นักวิจัย หรือ นักศึกษาไม่ควรคิดว่า ตนเองนั้นไม่มีปัญหาสำหรับทำวิจัย เพราะปัญหานั้นมีอยู่แล้วมากมาย แต่ท่านยังหาไม่พบ เท่านั้นเอง

                

ตัวอย่าง

          1.   นักเรียนขาดทักษะในการคิดคำนวณ

         2.   นักเรียนไม่มีความสนใจและขาดความรับผิดชอบในการเรียนการสอน

         3.   นักเรียนอ่านคำภาษาไทยที่ใช้อักษร  ร  ล  ว  ควบกล้ำผิดพลาดเสมอ ๆ

         4.   นักเรียนฟัง  พูด  อ่าน  และเขียนสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้

         5.   นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนยังไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด 

subscribe

กิจกรรม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: